วิธีการใช้ Oscillators สำหรับ Forex

ตัวชี้วัด (Indicator) ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถคาดการณ์ได้ ดังนั้น เทรดเดอร์ Forex จึงใช้ตัวชี้วัดหลากหลายประเภทขึ้นอยู่กับสภาพของตลาด ตัวชี้วัดแนวโน้มใช้เพื่อคาดการณ์และสร้างสัญญาณบนตลาดที่มีแนวโน้ม แต่เทรดเดอร์ใช้ตัวชี้วัดใดในตลาดที่ไม่มีแนวโน้ม? เมื่อตลาดไม่มีแนวโน้ม เทรดเดอร์สามารถใช้ Oscillator เพื่อวิเคราะห์ตลาดได้ ในบทเรียนนี้ คุณจะได้รู้จักกับ Oscillator ยอดนิยม 3 ตัวด้วยกัน คือ Stochastic, RSI (Relative Strength Index) และ MACD

 

การเทรด Forex ด้วย Stochastic

Stochastic (สโตคาสติก) เป็นหนึ่งใน Oscillator ยอดนิยมที่สุดในโลก ซึ่งช่วยให้เทรดเดอร์เข้าใจเมื่อราคาเปลี่ยนแปลงทิศทาง Stochastic ใช้ในการเทรด Forex หุ้น และสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) ตัวชี้วัด Stochastic ช่วยให้เราเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นสำคัญ ๆ หลายอย่าง เช่น:

  • ระดับราคาที่สูงหรือมากเกินไป

  • สัญญาณกลับตัว

  • สัญญาณของการพลิกกลับของแนวโน้ม

Stochastic ประกอบด้วยเส้น 2 เส้น ซึ่งแสดงบนสเกลจาก 0 ถึง 100

  • เส้นแรก หรือ %K แสดงราคาปิดปัจจุบัน ซึ่งเกี่ยวข้องกับช่วงของราคาที่คุณเลือกไว้

  • เส้นที่ 2 หรือ %D ก็คือ Simple Moving Average (SMA) ที่คำนวณจากเส้น %K

ตัวแปรของตัวชี้วัดสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความชอบของคุณ

สัญญาณหลักที่ Stochastic สร้างคือ ภาวะที่มีการซื้อมากเกินไป (Overbought) หรือภาวะที่มีการขายมากเกินไป (Oversold)

  • เมื่อเส้นขึ้นสูงกว่าระดับ 70 คือ Overbought

  • เมื่อเส้นลงไปต่ำกว่าระดับ 30 คือ Oversold

The best signal, which Stochastic generates, is when its lines go beyond the overbought or oversold zone at the stage of rising or falling prices.

สัญญาณกลับตัว (Divergence) คืออะไร?

สัญญาณกลับตัว เป็นสถานการณ์ที่ราคาและตัวชี้วัดวิ่งไปคนละทิศทาง เมื่อราคาเคลื่อนที่ไปในทิศทางหนึ่ง (สูงขึ้น) แต่ตัวชี้วัดกลับไปอีกทาง (ลดลง) เทรดเดอร์ก็จะได้สัญญาณว่าทิศทางของราคา (ขาขึ้น) อาจเปลี่ยนแปลงในไม่ช้า (เป็นขาลง)

การเทรด Forex ด้วย RSI

Relative Strength Index (RSI) คือ หนึ่งใน Oscillator หลักที่ใช้ทั่วโลก

เมื่อใช้ RSI เทรดเดอร์จะสามารถวิเคราะห์ ความแข็งแกร่งหรืออ่อนแรง ของสภาพราคาของตลาดปัจจุบันได้ ตัวชี้วัดนั้นขึ้นอยู่กับการใช้ราคาปิดในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง RSI ปจะปรากฏบนสเกลตั้งแต่ 0 ถึง 100:

  • ยิ่ง RSI อยู่ใกล้ 0 มากเท่าไหร่ แนวโน้มขาลงจะยิ่งน้อยลงเท่านั้น (เทรดเดอร์สามารถซื้อได้)

  • ยิ่ง RSI อยู่ใกล้ 100 มากเท่าไหร่ แนวโน้มขาขึ้นจะยิ่งน้อยลงเท่านั้น (เทรดเดอร์สามารถขายได้)

ค่าตั้งต้นของตัวแปรของตัวชี้วัดคือ 14 วัน ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้ในการตั้งค่าของตัวชี้วัด

การใช้ตัวชี้วัด MACD สำหรับ Forex

Moving average convergence/divergence (MACD) เป็น 1 ใน Oscillator ยอดนิยมทั่วโลกเช่นกัน Gerald Appel เป็นผู้คิดค้นตัวชี้วัดนี้ในปี 1979 แนวคิดหลักของ MACD คือ เพื่อแสดงความแข็งแกร่งของแนวโน้ม ทิศทาง โมเมนตัม และระยะเวลา MACD มีส่วนประกอบทั้งหมด 3 ส่วนด้วยกัน คือ

  • เส้น MACD

  • เส้นสัญญาณ

  • กราฟบาร์

MACD สร้างสัญญาณในสถานการณ์ 3 แบบ คือ

  • ข้ามเส้นสัญญาณ

  • ข้ามเส้น 0

  • สัญญาณกลับตัว

  • 1) การข้ามเส้นสัญญาณ ถ้าเส้น MACD ข้ามเส้นสัญญาณ เทรดเดอร์อาจเจอการพลิกกลับของราคาอย่างรวดเร็ว ถ้า MACD ข้ามเส้นสัญญาณจากล่างไปบน ราคาอาจขยับขึ้น ถ้าเส้น MACD ข้ามเส้นสัญญาณจากบนลงล่าง ราคาอาจจะขยับลง

    2) การข้ามเส้น 0 ถ้า MACD ข้ามเส้น 0 จากล่างไปบน ราคาอาจขยับขึ้น แต่ถ้าเส้น MACD ข้ามเส้น 0 จากบนลงล่าง ราคาอาจขยับลง

    3) สัญญาณกลับตัว สัญญาณกลับตัว MACD ทำงานเหมือนกับ Stochastic ทุกประการ ถ้า MACD ขยับขึ้น แต่ราคาลดลง เทรดเดอร์อาจจะได้เห็นราคาเพิ่มขึ้นเร็ว ๆ นี้ แต่ถ้า MACD ขยับลง แต่ราคาเพิ่มขึ้น ก็อาจจะเห็นได้ราคาลดลงเร็ว ๆ นี้เช่นกัน